Life is a dream…

” We all have different amount of time in life… someone might live more than 36,500 days… but most are not. We are travelling in time and places… Live like the earth’s tourist that we’ll leave one day. Live without fears or worries… as things will then pass.. Live and learn to awake from the dream…

It’s nothing more but less (rest)!

Hi ya’ll, I need to admit that the October’s post is more difficult than I thought, I always get stuck when I have to write a specific topic especially in what I promised the reader. My thought went so complicated when the simplicity should take place. Well, well….. why not start now? According to the…

How to stay balance between work and your health? 

My work & body I’ve recently busy with the work, which I do really enjoy all the process and progress. In each day, I was excited to discover new things to learn, new people to meet, or even new content I need to work on. However, these new stuffs affect my health and body. ♣ Here…

Social Acceptance | Self Acceptance

Hi! August.. The topic in this month is about the “self-acceptance” that I experienced in the form of “relationship” Well, I would like to start with a very simple but important question, • How many persons that you can truly be yourself with?  As the society today seems to ignore this issue. It becomes a norm when seeing people wearing…

Talk less and listen more!

In the previous month, other than starting my new role as “researcher”, I also reunited my  secondary school friends. The word “Socialize” came back to me again this time. • I created the “Group Line” to start the conversation. Oh! how quiet It was! I was nervous as I expected the fun and loud group chat. However, I decided…

Tham-ma-chat | Nature

พลังของธรรมชาติ เป็นพลังที่ไม่สามารถต้านทานหรือควบคุมได้ เป็นพลัง ที่ขับเคลื่อนวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล เป็นพลังที่ไร้ซึ่งตัวตน เป็นพลังที่บริสุทธิ์ บางครั้ง เราก็ลืมตัวเพราะมัวแต่ไปควบคุมให้สิ่งต่างๆเป็นไปตามค่านิยมที่ใจอยาก หลายครั้งที่เราหลงใหลไปกับสิ่งที่เราตั้งค่ามันขึ้นมาเอง และอีกนับไม่ถ้วน ที่เราปลุกปั้นความคิดความรู้สึกให้เกินเลยไปจากความเป็นจริง ผลที่ได้เหล่านั้นคือความวกวนที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง และเกิดความอยากที่จะหลุดพ้นออกจากมัน ยิ่งทำยิ่งมัด ยิ่งอยากยิ่งเพิ่มความทุกข์… หากสิ่งที่เราคิดว่าไร้ซึ่งคุณค่า กลับเป็นสิ่งที่เรียบง่ายที่สุดที่ช่วยให้เราหลุดพ้นจากวงโคจรทั้งหลาย คือการปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยตัวของมันเองตามธรรมชาติ สละความกลัว สละการให้ค่า สละความคิดเห็นทิฏฐิมานะทั้งหลาย สละความหลง สละตัวตน สละความอยาก สิ่งเหล่านี้ง่ายต่อความเข้าใจ แต่ไม่ถึงใจ ปล่อยไม่เป็น คลายไม่เป็น ต่อเมื่อวาระเมื่อใดก็เมื่อนั้น เนื่องในวันวิสาขบูชา ๑ มิถุนายน ๒๕๕๘

~ G I V E ~

Hi! all…. April is a month that I’ve finally turned 31! Wishing myself to enjoy my 30s before 40s is reaching me. • Whatsoever, no matter how old I am, I cannot escape the life lesson that often comes visit me for the whole time. And here is another lesson of the month! • Few…

“Itself” not “Myself”

There are a lot of people who are facing insomnia. Here is one of the answers that might solve the situation of trapping inside yourself.

How to let go of the future thought?

Hi everyone, In the previous post, I have written the topic of how to let go of the past.. Today, I am going to move on and replace the past by the future. • It is such a normal thing when the stage of life begin to shift from one to another, I feel the…

กับดักของแรงบันดาลใจ

เรื่องภาษานับว่าเป็นสิ่งที่ขาดการใช้เป็นไม่ได้เลยทีเดียว การเขียนภาษาอังกฤษด้อยลงอย่างชัดเจน เมื่อเราได้ไปคลุกคลีกับภาษาไทยที่มากขึ้น เป็นดั่งเช่นทุกครั้งที่เมื่อเราพิมพ์ภาษาหนึ่งไม่ออกก็จะเปลี่ยนเป็นอีกภาษาหนึ่งแทน จริงๆแล้ว การใช้ภาษาให้คล่องปรื๋อนั้น มันจำเป็นต้องถูกใช้อย่างซ้ำไปซ้ำมาเวลานานเพื่อให้เกิดเป็นความเคยชิน เพราะมันจะทำให้เราใช้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเรียกข้อมูลจากสมองมากนัก… นับว่ามันก็คล้ายคลึงกับการฝึกนิสัยผนวกกับความคิดทัศนคติ ที่เราย้ำคิดย้ำทำซ้ำๆลงไปเป็นประจำจนติดตัว จะเปลี่ยนแปลงทีหนึ่งต้องอาศัยระยะเวลานานก่อนที่จะเริ่มจางลง ∇ ความเคยชินที่เคยเป็นมาตลอดนี่เอง ที่หลังจากเราเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิต ยังคงเหลือเชื้อจากนิสัยเก่าเราในวันนี้ ทุกๆครั้งที่มันแวะเวียนมา มักจะเกิดเป็นความเศร้าหม่นหมอง พุ่งทะยาน และความอึดอัดคับแคบใจไปชั่วขณะหนึ่ง…​ อย่างเช่นในวันนี้….วันอาทิตย์ ที่ใช้ชีวิตอย่างช้าๆ สบายๆ..​ เรามาเดินเล่นย่อยอาหารในซุเปอร์มาร์เก็ตหลังจากที่ทานข้าวกลางวันเสร็จ และทุกๆครั้งที่เรามาที่นี่ เราอดที่จะแวะเวียนไปร้านหนังสือไม่ได้ อย่างน้อยๆขอกราดไปพลิกแมกกาซีนไปมาก็ยังดี การคิดที่จะเลิกซื้อเลิกอ่านแมกกาซีนหรือหนังสือป็นสิ่งที่นับว่ายากมากสำหรับเรา เรียกว่า ถ้าให้เลือกเสื้อผ้ากับหนังสือแล้ว อย่างหลังดูเหมือนจะอยู่ในปัจจัย 4 ซะมากกว่า และครั้งนี้ เราก็หาเหตุผลจนได้ในการซื้อแมกกาซีนเล่มหนึ่งด้วยเห็นว่า มันช่างเป็นแรงบันดาลใจเสียจริง! ∇ นับจากช่วงวัยที่เราสามารถอ่านเขียนได้คล่อง แรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่เราไม่เคยขาดหายไปจากชีวิตประจำวัน หนังสือหนึ่งเล่ม สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้เราคิดทำอะไรต่อมิอะไรได้ยาวเป็นหางว่าว รวมไปถึงการเขียนทั้งสาระไร้สาระกันไป ความรัก เป็นแรงบันดาลใจให้เราใช้ความสามารถเชิงศิลป์มาทำให้เป็นของขวัญ อย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้ ภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากที่จะเป็นได้บ้าง ทำได้บ้าง คิดได้บ้าง นักดนตรีหนึ่งคน สามารถทำให้เรามีความฝันที่อยากจะเล่นดนตรีได้อย่างเค้าบ้าง แล้วก็ฝึกปรือมาเรื่อยๆ รูปถ่ายสวยๆ ทำให้เราอยากออกไปท่องเที่ยว จับกล้องแล้วถ่ายอะไรที่อยากถ่ายออกมา บ้านหรือสถานที่สวยๆ เป็นอีกความชอบส่วนตัวที่ทำให้เรากลายเป็นคนที่สร้างวิมานในอากาศอยู่เนืองๆ…

1 Fine Day

  1 Fine Day It was Saturday  morning in November 2014 I was slowly spending my precious time in the morning. Before, I assumed… I would never ever be happy staying in my motherland.. • In fact, I was wrong. I am staying in the country where my friends and family are gathering. My funny…

ทางสายกลางกับชีวิตจริง

ช่วงนี้มีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสมดุลชีวิตอยู่มากพอควร จึงอยากจะยกเอาหัวข้อนี้มาพูดกันบ้าง คำว่า “สมดุล” ในที่นี้ เราอยากจะใช้ความหมายเดียวกับ “ทางสายกลาง” ซึ่งเรียกได้ว่า “มันไม่มากไม่น้อยเกินไป” คำว่า สายกลางนี่ ใช้ได้กับทุกๆอย่าง ตั้งแต่ ชีวิตประจำวัน,​ การทำงาน​,​ ความรัก,​ยาวจนไปถึง ความสุข คำถามเกิดขึ้นคือ …​ทำไมคนเราไม่สามารถดำเนินชีวิตอยู่บนทางสายกลางได้? คำตอบสั้นๆง่ายๆก็คือ “ความหลง” หากจะยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คล้ายๆเวลาเราติดละครหรือหนังสักเรื่อง ความกระหายใคร่รู้เป็นตัวดำเนินการให้เราหลงดูต่อๆไปเรื่อยๆจนแม้ร่างกายจะง่วงก็ยังฝืน …​หากเปรียบในเชิงการงานแล้ว …​ก็คล้ายๆกับอยากทำให้งานชิ้นนั้นๆเสร็จเร็วๆ จนเป็นการเร่งและแทรกแซงกระบวนการทำงานของร่างกายไปอย่างไม่รู้ตัว …​รึว่าจะเป็น การหลงตามใจตนเองมากเกินไป…​ในการตอบสนอง ตา หู จมูก ลิ้น สัมผัส ทางกาย ใจ..​ หลงคิดว่า นั่นคือความสุขอย่างแท้จริง การเสียสมดุลให้กับสิ่งต่างๆอาจมองได้ว่า เรากำลังทำอะไรบางอย่างที่มากเกินไป จนการดูแลฐานทัพของเรา ซึ่งก็คือร่างกาย มันถูกละเลยและน้อยลงไปทุกที และเมื่อเป็นอย่างนั้น ร่างกายพยายามส่งสัญญาณบอกเป็นระยะๆว่าให้กลับมาดูแลโดย ใช้การเจ็บป่วยเป็นเครื่องมือ…​แต่ถ้าการเจ็บป่วยแรกเริ่มยังไม่ได้ผล…​ ก็จะส่งกระแสทางด้านอารมณ์และจิตใจที่สับสนวุ่นวายออกมาเป็นระยะที่ 2 ….​ สุดท้าย หากเรายังฝืนดื้อดึงต่อ….ร่างกายอาจจะใช้วิธีน๊อคเอาท์ ดับเครื่องเราง่ายๆเลยทีเดียว ซึ่งมันก็เกิดขึ้นกับเราจริงๆเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาในตอนเช้าหลังตื่นนอน อาการไม่มีแรงแม้แต่จะเปิดก๊อก (ดันขึ้นลง)…