ยาประจำตัว คำประจำใจ

สวัสดีเดือนตุลาคม 2563 ปลายปีเข้ามาอีกครั้ง นับว่าเป็นช่วงพิเศษที่เราจะกลับเข้ามาเขียน(แล้วก็ชอบบอกว่าเดือนหน้าเจอกันพร้อมกับหายวาร์ปไปอยู่ที่อื่น)….ยังค่ะ….​เรายังไม่ปิดที่แห่งนี้ ถึงแม้ว่าคนเขียนจะปล่อยร้างและขยันจ่ายเงินให้ทุกปีก็ตาม ‘ว่ากันในเรื่องโลกๆ’คิดจะอยู่ในโลกนี้ มันก็จำเป็นที่จะต้องหาวิธีอยู่รอดให้ไม่ทุกข์กันนี่เนาะ? โดยเฉพาะในชีวิตประจำวัน ที่มักจะเจอปัญหาจากคนร้อยแปดพันเก้า ทั้งเรื่อง ความสัมพันธ์ การงาน การเงิน สุขภาพ ฯลฯ โดยปกติ วิธีรักษาตัวเองของเรา คือ การเขียนระบาย เราว่ามันเป็นการเยียวยาตัวเองที่ดีมาก เรามักจะทำมันบ่อยๆเวลามีอารมณ์เศร้าและจิตตก การเขียนมันช่วยให้เกิดการกลั่นกรองและเรียบเรียงสิ่งที่ความคิดมันพาเราไป พอมันออกมาเป็นคำเราก็จะถึงบางอ้อว่ากับสาเหตุของมันจริงๆแล้วก็แก้ที่ต้นตอได้ ​ แต่ในหลายๆครั้ง มันใช้เวลานานมาก กว่าจะหลุดได้ก็ข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว ด้วยเพราะความคิดของคนเรามันแล่นไปเร็วยิ่งกว่าจรวด กว่าจะแก้เสร็จก็ร้องไห้ตีโพยตีพายกันไปหลายตลบ…….เพราะฉะนั้น สิ่งที่จำเป็นคือต้องหา วิธีที่ทันการณ์กับอารมณ์ที่ผุดขึ้นมา ซึ่งเราก็อยากแชร์วิธีง่ายๆของเรา แต่ก็ต้องอาศัยการฝึกไปเรื่อยๆๆๆด้วยนา โดยส่วนตัวแล้ว เราพบว่าวิธีที่เราใช้ได้ผลและทันการณ์ คือ การฝึกใช้ ‘คำ’ ให้เป็นประโยชน์ คำไหนที่เราได้ยินแล้วเราผ่อนคลาย จดมันไว้ทั้งข้างในใจ ทั้งข้างนอกใจ..บางทีเราขี้ลืมบ่อยๆ ก็ใช้ post it แปะเอาไว้ในห้อง…​เวลาอารมณ์เริ่มทำหน้าที่ก็หันไปอ่านสักทีสองที..​คำเหล่านี้ มันช่วยได้เหมือนเป็นยารักษาโรคเลยทีเดียว..​แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องใช้ให้ถูกกับสถานการณ์นั้นด้วยนะคะ (เหมือนโรคน่ะแหล่ะ ต้องใช้ยาที่ถูกกับอาการ) ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาทำงาน ถ้าเรากังวลและเครียดกับสิ่งที่เราทำอยู่เกินไป  เราก็จะมี ประโยคที่ว่า ‘ชีวิตมันสั้น อย่าไปจริงจังกับมันมากนัก’…

RE-NEW YEAR |2020

Over the past years, I couldn’t share my journey through writing even how much I attempted to.Instead, I could express it through artworks.So, I flew along with the rhythm…And again, this rhythm take me back in here… to share to you all. The Worry-Free Moment is amazing!when I let my hand communicate it back to…

อิสระ

“เมื่อเราหยุดเปรียบเทียบ เราจะใช้ชีวิตอย่างอิสระและเป็นไปตามจังหวะของเราเอง” krishnamurti ในขณะที่คนเริ่มหันมาสนใจกับค่าของ’เวลา’มากกว่า’เงิน’ และหันมาเน้นการใช้ ‘เวลา’ มากกว่า ‘ใช้เงิน’ จนดูเหมือนว่าเวลาจะกลายเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณและพลังงานที่เราใช้ไปในแต่ละวัน..ความหมายของการใช้ชีวิตเริ่มกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาสิ่งที่มีความหมายหรือมีค่าต่อตัวเอง คำถามเป็นมากกว่าการค้นหาว่าตัวเองชอบ/ไม่ชอบอะไร แต่มันลึกลงไปถึงการให้คุณค่าว่าสุดท้ายแล้วชีวิตนี้เราให้คุณค่าและเวลากับอะไรเพราะสิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นตัวเลือกและการตัดสินใจเล็กๆในแต่ละวินาที นาที ชั่วโมงหรือวันและรวมกันเป็นวิถีที่เราเลือกเดินเอง เราจะเดินทางไหนอย่างไรไม่มีอะไรผิดหรือถูก…เมื่อเรามองเห็นว่าทุกอย่างมันไม่มีอะไรอย่างแท้จริง…มันไม่มีอะไรผิดหากตั้งใจจะหาเงินเยอะๆมาเลี้ยงครอบครัวได้อยู่ดีมีสุข ได้เห็นรอยยิ้มจากความสบายเหล่านั้น …หรือจะใช้ชีวิตแบบสมถะง่ายๆ อยู่บ้านดิน ปลูกผักกินเอง…หากสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เราได้เลือกและตัดสินใจที่จะทำมันแล้วและเมื่อเราได้ทำแล้วเราไม่เสียใจที่ได้ทำมันไป หากเราคิดรอบคอบ รอบด้านแล้ว…หากเราเข้าใจว่าเราอาจสูญเสียอะไรบางอย่างไปและพร้อมแลกเปลี่ยนมัน…..​และหากผลที่ได้รับมันไม่เป็นไปตามที่เราคิดเราก็ยังไม่เสียใจที่ได้ทำมัน……​แสดงว่า เราให้คุณค่าและเดินในวิถีที่เต็มไปด้วยอิสระอย่างแท้จริง การวางใจและเชื่อมั่นในวิถีที่เราเดิน…​จะเป็นจุดเชื่อมระหว่างจุดต่อจุด..​ระหว่างความยากลำบาก..ระหว่างความเสี่ยงที่จะต้องเจอ..เมื่อไรที่เราหมดความขัดแย้งในตัวเอง และร่วมใช้ชีวิตในวิถีนี้อย่างแท้จริง….มันก็จะเป็นไปของมันเอง เราก็จะทำไปของเราเอง…​และเมื่อเราหยุดการเปรียบเทียบ เราก็จะมีความสุขกับจังหวะของเราเอง ขอเป็นกำลังใจให้ใครก็ตามที่กำลังสับสนในสิ่งที่กำลังทำหรือเกิดความขัดแย้งในตัวเองและสถานการณ์…..​คำตอบมักมีมากกว่า 1 เสมอ The 2th

Dear the 20th century parents & the 21st century kids.

Hello 2019, The beginning of the year of 2019 has passed just like the end of 2018. Again and again that I’ve found myself away from this site, though still keep it for reminding the truth along the life’s principle. From last 2 years until now, I have been involved with parenting and raising children,…

Bye Bye Self – Doubt

When there are something that we can’t let go, it gets back to our needs, which means that our little corner of selves still attach to it in someway. But why do we refuse to release something that had created so much troubles in our lives? A lot of time, I was told to get…

เชื่อม | Connect

ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง สิ่งต่างๆล้วนเชื่อมโยงถึงกัน หนึ่งอย่างเชื่อมอีกหนึ่งกลายเป็นเหตุการณ์ ไม่ต่างจาก คำต่อกับอีกคำ กลายเป็นประโยคที่มีความหมาย สิ่งที่กระทบเข้ามาจากภายนอก มักส่งผลโดยตรงไปยังภายใน ทั้งรู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง การตอบสนองอาจแปรเปลี่ยนเป็นอารมณ์ ความคิด หรือความเคยชินจากเชื้อนิสัยของตน ลองพักจากสิ่งที่กังวลสักนาที ถอยจากตัวตน ปล่อยให้สิ่งต่างๆเป็นไปตามธรรมชาติ ฟังโดยไร้การตัดสิน คลายใจโดยไร้ความกลัว ห้วงของเวลาหนึ่ง เชื่อมต่อกับจักรวาล ไม่มีคำว่าภายในภายนอก ไม่มีตัวเองหรือผู้อื่น ไร้ซึ่งขอบเขต ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งเดียวกัน เดอะทูธ (The 2th)

The year of dog | Feb 2018

แม้ปี ค.ศ. 2018 หรือ พ.ศ. 2561 จะผ่านไปได้แค่สองเดือน แต่สิ่งรอบๆตัวกระเพื่อมไปอย่างรวดเร็ว กัลยาณมิตรมักเตือนเราเสมอว่า.. การเขียนที่จะไม่บิดเบือนจากความเป็นจริงนั้น จะใช้เพียงคำสองคำ ก็จบแล้ว หากข้อความใดที่ยืดยาวเกินไป นั่นก็เริ่มเกินไปจากสิ่งที่ควรเขียนซะแล้ว… นับเป็นนิสัยที่เสียของเราเองที่มักจะเขียนไปตามอารมณ์ในขณะหนึ่งขณะใดและมักมัวแต่อยากให้มีคนอ่านเยอะขึ้น จนขาดความไตร่ตรองในด้านความเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น..สุดท้ายจะต้องมานั่งทบทวนและคัดกรองข้อความออกในทุกๆที ไม่เว้นแม้แต่ข้อความล่าสุดที่จะต้องลบไปทั้งๆที่เพิ่งเขียนไปในเดือนที่แล้ว สวัสดีวันปีใหม่จีนค่ะ… ครั้งที่แล้ว (ข้อความบ่นๆในเดือนม.ค.ที่ลบไปแล้ว) เราเคยบอกว่าจะมาเขียนเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็กให้เติบโตอย่างมีสุขภาพจิตที่แข็งแรง..จริงๆแล้วไม่มีอะไรมากเลยค่ะ แค่เริ่มจากคำว่า “ไม่ยึดติด” “ขอโทษ” และ “ให้อภัย”เป็นก็เพียงพอ การ”ไม่ยึดติด” นั้นเป็นแก่นที่สำคัญในการดำรงชีวิต….ใช้ได้ตั้งแต่การไม่ยึดติดสิ่งของที่จับต้องได้ ไปจนถึงสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่าง ตัวตน อดีต หรือ อนาคต หากสละการยึดถือได้แล้ว ก็จะไม่ถือสา ไม่โมโห ซึ่งจะช่วยให้ลดทิฏฐิลงและให้อภัยคนอื่นเป็น…. หากถามว่าจะสอนได้อย่างไร? เราคงต้องตอบว่า…ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี แล้วเด็กจะเป็นไปเอง…นั่นหมายความว่า เริ่มจากตัวเรานั่นแล! ข้อความนี้เขียนขึ้นในเดือน 2…​เดือนที่เราเริ่มรู้สึกตัวว่า….เราประมาทในการใช้ชีวิตเกินไปหน่อย หวังว่าเดือนหน้าเราจะได้เจอกันในที่แห่งนี้ค่ะ:) โอลีฟแอนด์เดอะทูต

ความตายกับการเกิดใหม่

~ คำนำจากผู้เขียน ~ ในช่วงเดือนมิถุนายน เราได้เขียนดราฟท์หลายต่อหลายครั้ง แต่หัวข้อที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านมักมีความคลุมเครือ และด้วยความติสท์ของเราเองที่ดันไปตั้งเงื่อนไขแต่แรกว่า เรื่องต่างๆควรแชร์มาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราจริงเร็วๆนี้เท่านั้น  ความเบาบางของการเรียนรู้ในรอบนี้ เลยกลายเป็นสิ่งยากเย็นแสนแข็นในการที่จะกลั่นจากสิ่งที่อธิบายได้ยากออกมา แถมช่วงที่ผ่านมาเรายังคงต้องขัดเกลาเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาทิ เช่น ความคาดหวัง การเสพอารมณ์ต่างๆโดยเฉพาะความชิล กิเลสที่มักจะมาให้อยากได้โน่นๆนี่ๆเสมอ และตามมาด้วยการทุกข์ร้อนจากความอยากของตัวเอง…เชื้อเดิมๆที่ติดมาเหล่านี้ ทั้งๆที่รู้แต่ไม่เข็ดสักที เลยหลงวนเวียนกันไป..ยาววววๆ….. ~ จ. กฤษณมูรติ : ผู้มอบอิสรภาพให้กับมนุษย์ ~ ในช่วงก่อนนอนคืนหนึ่ง เราเลือกหนังสือที่มีความเรียบง่ายแต่ชัดเจนมาอ่าน ชื่อว่า “อิสรภาพเกิดขึ้นเมื่อคุณไม่รู้  (Freedom from the known)” โดย จ.กฤษณมูรติ หนังสือเล่มนี้นับเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ใช้ชีวิตทั้งในทางโลกและทางธรรมเป็นอย่างมาก โดยท่านได้เผยแพร่ความจริงในธรรมชาติที่เป็นสากล ซึ่งไม่ขึ้นตรงกับศาสนาใดๆทั้งสิ้น และเราพบว่าทุกๆครั้งที่อ่าน แม้จะเป็นเรื่องที่เคยอ่านแล้ว แต่ทำไม๊ทำไม……กลับรู้สึกว่ายังไม่เคยได้อ่านมัน!?……เมื่อได้พลิกอ่านไปอ่านมาอีกครั้ง ก็ถูกสะกิดเบาๆจากข้อความที่เราสรุปคร่าวๆว่า “คนเรามักกลัวที่จะเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้ โดยพร้อมที่จะยอมแลกการมีชีวิตต่อไปแม้จะทนทุกข์ทรมานก็ตาม”….  สิ่งที่ได้อ่านคือความจริงที่เราเองก็เผชิญอยู่ในทุกเมื่อเชื่อวัน จากการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เราอาจต้องเจอ และเงื่อนไขที่เราเลือกจะยึดติดทั้งหลาย กลายเป็นสิ่งที่รัดรึงเราเอาไว้ แถมยังทำให้เรากลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจนกักขังเราเอาไว้เอง…..คำตอบทั้งหลายมักอยู่กับการเผชิญหน้าและยอมรับมันเสมอ และเราพบว่า นั่นกลายเป็นหนทางของอิสรภาพที่แท้จริง ~ เดือนมิถุนายน พ.ศ….

Down to Earth..

ในช่วงปลายฤดูร้อนเข้าต้นฤดูฝนของปีพ.ศ. 2560 ความร้อนของไอแดดประทุจากแสงอาทิตย์ในตอนกลางวันประสานกับลมฝนแห่งพายุต้นฤดู ได้พัดเอาความชื้นผสมกลิ่นดินเข้ามาสู่บ้านดินในสวนพันพรรณ สถานที่ที่เราอาศัยเป็นเวลา 6 วัน หลบจากความวุ่นวายภายในเมืองกรุงเทพฯ สู่ความเป็นอยู่อันแสนเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติในนครเชียงใหม่ พร้อมๆกับการเรียนรู้เกี่ยวกับดิน น้ำ พืช สัตว์ และได้เพื่อนใหม่ที่มาจากหลายถิ่น หลากหลายอาชีพ ประสบการณ์ แต่มีจุดหมายเดียวกันนั่นคือ เรียนรู้ที่จะพึ่งตนเองในวิถีธรรมชาติ การเดินเข้าสู่เส้นทางแห่งวิถีความเรียบง่าย สำหรับเราแล้วเราเริ่มออกเดินทางพร้อมๆกับการแบ่งปันเรื่องราวใน เดอะทูธ แห่งนี้ โดยเริ่มจากการเรียนรู้ในสภาวะภายใน และพร้อมที่ขยายขอบเขตของมันออกมาภายนอกมากขึ้น เมื่อจังหวะใหม่ได้เริ่มเปล่งเสียงออกมา เราไม่รอช้าที่จะเข้าไปสัมผัสกับสถานที่และผู้คนหน้าใหม่ในกลไกธรรมชาติที่รอการรังสรรค์ วิถีชีวิตที่เลือกเดิน มีรากฐานมาจากสภาวะภายในอย่างชัดเจน …..สิ่งหนึ่งที่เรารับรู้คือ ความแตกต่างของความมั่นคงในจิตใจ ในสถานการณ์ระหว่างการผลิตปัจจัย 4 ได้เอง กับการต้องใช้เงินซื้อเพียงอย่างเดียว เราคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะบอกว่า ‘เงิน’ มีความสำคัญในยุคนี้ แต่เราเลือกได้ว่าจะนำเงินที่มีอยู่นั้นไปใช้กับสิ่งใด สิ่งหนึ่งที่ตอบโจทย์เรามากคือ หากเราใช้เงินไปกับการกินเที่ยว เมื่อเวลาผ่านไปมันก็เป็นเหมือนอากาศที่มันหายไปเฉยๆ แต่หากเรานำเงินไปผลิตอาหาร แหล่งน้ำ แหล่งพลังงาน ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคในบ้านของเราเองได้แล้ว  เราจะเห็นการเติบโตของมันตามกาลเวลา มันจะช่วยให้เราพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับวิกฤติทางเศรษฐกิจของโลกที่มีความผันผวนอย่างยิ่งในยุคใหม่ และหากเราอยากจะไปทำสิ่งที่เราชอบ เราสามารถเต็มที่กับมันได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะล้มเหลวกับสิ่งใดๆ แถมยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกด้วย การเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องผืนดินที่ดูเหมือนจะไกลตัวเราซะเหลือเกิน เริ่มเข้ามาใกล้มากขึ้นจากผู้คนหน้าใหม่ที่เราได้พบปะจากหลากหลายกลุ่มซึ่งล้วนมาในทางเดียวกันนั่นคือ ความเป็นธรรมชาติทั้งภายในและภายนอก ขอขอบคุณผืนดินและทีมงานของสวนพันพรรณ พี่โจน…

Exit way of Thought Loop

Hi guys, I apology for skipping the post in February, which I thought I finished! (haha) Last month, I had just delivered my new portfolio, that I always want to get it separate from this one. Though, I am still working on its rhythm, to create some flow and inspiration. Living with a speed of life in modern…

“ผ่านตลอด”

สวัสดีเดือนแรกแห่งปีพ.ศ. 2560 การเปลี่ยนศักราชแต่ละครั้งเริ่มทำให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การเปลี่ยนข้ามวันธรรมดาๆหนึ่งวันมันอาจเป็นความหวังอีกหนึ่งครั้งในรอบปี…..จนบางที….เรามักลืมไปว่าแสงสว่าง เกิดขึ้นในตอนเช้าของทุกๆวัน และบางที เราอาจลืมไปอีกว่า เหตุการณ์มันผ่านไปของมันอยู่แล้วในทุกๆลมหายใจ และเรากำลังเริ่มต้นใหม่ในทุกๆลมหายใจเช่นกัน 3 อาทิตย์ที่ผ่านไปในเดือนมกราคมย้ำเตือนเราเสมอ ให้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นภายในตัวเรา นอกตัวเรา และ สิ่งที่นอกเหนือการควบคุม…หลายต่อหลายครั้ง ที่คำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ จากคนรอบตัว (แม้จะไม่เกี่ยวกับเรา) ลอยเข้ามมาติดอยู่ในห้วงภาวะแห่งความคิด จนกลายเป็นเสียงที่กึกก้องอยู่ในหัวทั้งตอนกลางวันและกลางคืน  แม้ว่ามันเป็นภาวะที่ไม่ส่ออาการใดๆทางกายภาพ แต่มันส่งผลบั่นทอนโดยตรงต่อจิตใจ และลามไปยังการกระทำต่างๆ มันทำให้เราสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปอย่างไม่รู้ตัว เรากลายเป็นคนฟังแต่เสียงคนอื่นตลอดเวลาจนลืมที่จะฟังเสียงตัวเอง ความยาก คือ…เสียงเหล่านี้มันอยู่ข้างในเราและไปกับเราทุกที่ทุกเวลา วิธีหนึ่งที่ได้ผลสำหรับเราหากเราเผลอไปเอาคำพูดคนอื่นเข้ามากังวล คือ การอยู่ท่ามกลางความคิดเหล่านั้นโดยปล่อยให้มันหมุนไปของมัน โดยไม่ต้องไปคล้อยตามหรือปฏิเสธอะไรกับมัน และปล่อยให้มันผ่านไปโดยตลอด ซึ่งอันที่จริงมันคืออดีตที่ผ่านไปแล้ว แต่เรายังยึดกับอดีตเหล่านั้นไปเอง…. เมื่อเราปล่อยให้มันผ่านไปได้แล้ว เราจะค่อยๆถอยกลับมาสัมผัสกับสภาวะดั้งเดิมของร่างกายและจิตใจอย่างฉับพลัน และทำให้เห็นว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เราปรุงแต่งขึ้นมาเองล้วนๆ ทำให้ช่วยคลายความกังวลทิ้งไปอย่างง่ายดาย วิธีนี้เป็นการรักษาตัวเองโดยใช้ธรรมชาติแท้ๆของตัวเราเป็นตัวเชื่อมโยง ซึ่งให้ผลคล้ายกับการได้นอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือที่ปลอดภัยโดยไม่ต้องกลัวหรือกังวลใดๆ นอกจากจะช่วยให้เราคลายกังวล สบายใจ และสบายตัวแล้ว  อาการนอนไม่หลับก็จะหายไปด้วยเช่นกัน…. สุดท้ายแล้ว ด้วยธรรมชาติของแต่ละคนที่แตกต่างกัน ทำให้มีความเปราะบางต่างกัน..ความเปราะบางเหล่านี้จะหายไปเมื่อเราสละความเห็นแก่ตัวเองและอัตตาอย่างแท้จริง…สำหรับเรา สถานการณ์อย่างนี้มักจะมาย้ำเตือนทุกครั้งที่เราเผลอให้ค่ากับตัวตนเราเยอะเกินไป โอลีฟและเดอะทูต Olive & The 2th    

เดือนสุดท้าย | 2016

วันสุดท้ายของปี 2016 มาเยือนอย่างรวดเร็วสมกับคำเล่าลือที่ว่า ยิ่งอายุมากขึ้น เวลายิ่งผ่านไปเร็วขี้น ปีนี้เป็นปีที่ผ่านไปพร้อมๆกับการเรียนรู้ที่สำคัญหลายอย่าง และถึงแม้ว่าเราจะเข้าใจมันมากสักเท่าไร มันก็ยังวนเวียนกลับมาสอนมาทดสอบอยู่หลายครา และเราก็ขอลิสต์ลงมาเพื่อเตือนใจตัวเองอีก(หลายๆ)ครั้งในยามที่มันกลับมาเยือน ในรอบหน้าและเผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์ต่อใครหลายๆคนค่ะ การห่วงความเป็นความอยู่ : มันเกิดขึ้นง่ายและรวดเร็วมาก ความกังวลในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร จะอยู่อย่างไร ถ้าเลือกสิ่งนี้แล้วจะทำให้ชีวิตเป็นอย่างไร? และอีกจิปาถะ ยิ่งหากมาพร้อมกับคนรอบข้างที่แสดง ความกังวลและเป็นห่วงออกมา ยิ่งที่ให้ทรุดหนัก กลายเป็นเครียดกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงเลยทีเดียว….อาการ: ตอนแรกๆจะยังคงจมกับความคิด เป็นกังวล และเครียด เราจะพยายามแก้ไขปัญหาแต่กลายเป็นการ พายเรือในอ่างที่ไม่จบสิ้น แก้ตรงนี้ ตรงนั้นเกิดปัญหา และไม่มีทางจะจบได้ เวลาคิดหนักๆเข้า กลายเป็นซึมเศร้าและอาจมองว่าตัวเองไม่มีคุณค่าได้ง่ายๆ วิธีรับมือ A:  “ยอมรับความจริง” การยอมรับว่าอะไรคือ สิ่งที่ทำให้เกิดความกังวล และ ยอมรับว่าเรากำลังฟุ้งซ่านอยู่ จะทำให้เรามองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและความเป็นจริงมากขึ้น แค่ยอมรับเฉยๆ ไม่ต้องไปหาวิธีแก้ใดๆทั้งสิ้น เพราะเดี๋ยวจะวนกันอีกหลายรอบ วิธีรับมือ B: “จริงจังกับชีวิตให้น้อยลง” หัวใจสำคัญของอาการนี้คือ การจริงจังกับชีวิตมากเกินไป เพราะฉะนั้น ถอยออกมามองก่อน โดยลดความจริงจังลง คล้ายๆกับว่าการอยู่ก็เหมือนกับการมาเที่ยวบนโลกใบนี้ สุดท้ายก็ต้องจากโลกนี้ไปอยู่ดี และไม่ว่าจะจนหรือจะรวย คนเรากินได้เพียงอิ่มเดียว นอนหลับก็เพียงตื่นเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้น กังวลไปก็เท่านั้น…