September 2013 | Let go of Feeling & Emotion

After an exciting month has just passed,
it is my quiet down period, the best time for sharing my thought.

Why do I bring this up after the “Self Acceptance” topic?
If you could remember, the way to accept ourselves starts from facing our weaknesses.
Thus, when we are revealing, our memory would flash back just like films that begin to line up and roll over.
We opened the door to the past and start merging into those events or it is called “reminiscence”

What could happened is when we take our feelings, people, or places from the passing situation too seriously,
Those feelings might return and affect the present moment again.
Well, although there is nothing wrong with this,
it could also be the trap if we allowed ourselves fall too deeply especially with a sensitive subjects.

 Talking about the feeling and emotion, It is strange when they are defined in different way yet related.
An emotion is one of human’s nature which occurs from arousals from outsources or physical (hormones),
while the feeling come after as the secondary stage; combining emotion with personal perceptions
These two always occur along the daily life’s situations.
Once we get used to it, we might not aware how could they affect our happiness in long term.
We might not realize when the emotion has already gone but the feeling stays and be held for ages.

for example;
Have you ever been aware of this kind of situation? 
“If someone said something unpleasant about you and you heard it.
You might get angry (This is the emotion)
And when you kept repeating the words you had heard in your head,
you might hate that person for such a long time (
 This is the feeling! ) 

In my case,
It happened when I reminisced about my own weakness in the past.
I was trapped in my memory and flew along my story.
Finally, my left over feeling from those situations made me shed many tears for a couple days!!

These kind of feeling could happen anytime as our imagination is so unlimited.
Not only the past, but also the present or future.
The illusion and perception are the keys that probably turn a little thing into a big thing,
turn positive into negative, turn black into white, and vice versa.

From this,
I found out that the more layers of thought/opinion/judgement/ that I put over my emotion or situation,
the heavier feeling I create.
The less I criticize, the lighter I feel.

For some of you that might ask, 
There are some TIPS I would love to share for the living with less suffer.

Although, we cannot stop emotions from coming by,
we can make friend with them peacefully!
we can stop hurting ourselves by reduce our critics.
We can stop our illusions by enjoy the present moment.
We can stop the feeling from our ego centric or self defense mechanism by “let it go” or “don’t take it personal”
We can reduce the depression by paying less attention to that matter.
We can stop our guilty feeling by forgiveness and acceptance.

And one for all,
Take it easy!
Don’t take the life too seriously as everything shall pass and one day we all will be gone.
Just do our best as much as we can while accepting any results that may come.
I hope, this topic could help you less or more and help you find the way to release yourself  from thoughts that you hold.

Cheers,

-The 2th-

/♦//♦//♦//♦/

หลังจากที่ผ่านพ้นเดือนแห่งความตื่นเต้นไปแล้ว
เราก็กลับมาที่ความเป็นปกติอีกรอบซึ่งจริงๆแล้ว มันคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเขียนแบ่งปัน ณ ที่นี้
สำหรับเดือนนี้ อย่างที่ได้เกริ่นเอาไว้ในหัวข้อที่แล้ว…​อารมณ์และความรู้สึกเป็นพระเอกของหัวข้อนี้ค่ะ

สาเหตุที่เรายกเอาเรื่องนี้มาพูดคุยหลังหัวข้อการยอมรับตัวเอง ก็เพราะมันเกี่ยวเนื่องกันค่ะ
หากจำกันได้…​
การยอมรับตัวเองนั้น เป็นหนึ่งในวิธีการเริ่มต้นแก้ปัญหาโดยใช้วิธีการเผชิญกับจุดอ่อนหรือจุดด้อย ที่เราเคยผลักไสมันออกไป
อาจเป็นเพราะเรารับไม่ได้กับสิ่งที่เคยกระทำหรือเคยประสบ จนกลายมาเป็นปมที่เราให้ความรู้สึกทางลบทุกๆครั้งที่นึกถึง
และช่วงระหว่างการนั่งไทม์แมชชีนย้อนเข้าไปในตัวเรานี่เอง…..​คือการกลับเข้าไปเผชิญกับเรื่องนั้นๆอีกครั้ง

ฟิล์มหลายๆม้วนถูกฉายออกมาจากอดีต ซึ่งเรียกกันง่ายๆว่า
“ความทรงจำ”
ในความเป็นจริงแล้ว….​การรำลึกถึงความทรงจำเป็นเรื่องที่เราทำกันเป็นปกติในชีวิตประจำวัน
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี, ความหลงใหล, หรือ ความเศร้าโศกเสียใจ ล้วนเคยฉายซ้ำอยู่ในสมองเราวันละหลายๆครั้ง
แม้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ผิด…
​แต่หากเราปล่อยให้ตัวเองจมและแช่อยู่ในความรู้สึกและความทรงจำเหล่านี้มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ง่ายๆ
และนี่เองที่เป็นที่มาของความทุกข์ที่เกิดจากความนึกคิดล้วนๆค่ะ

เป็นที่น่าแปลกที่ว่า แม้อารมณ์และความรู้สึกจะมีความแตกต่างกันแต่ก็ไม่สามารถตัดขาดออกจากกันได้ค่ะ
อารมณ์นั้นเป็นสิ่งพื้นฐานที่ติดตัวมากับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นความ เสียใจ ดีใจ รัก โกรธ ที่เกิดจากสิ่งเร้าต่างๆจากภายนอกหรือภายในร่างกาย (ฮอร์โมน)
ส่วนความรู้สึกนั้นเป็นผลพวงที่เกิดขึ้นจาก อารมณ์ผสมเข้าไปกับความนึกคิดของเราค่ะ

ความต่างที่ค่อนข้างชัดเจนของพี่น้องคู่นี้ คือ ความจีรัง ค่ะ
อารมณ์มักจะเป็นเหมือนลม..​คือเดี๋ยวเดียวก็มาและสักพักก็หายไปด้วยตัวของมันเอง
แต่ความรู้สึก..จะอยู่นานตราบเท่าที่เราถือมันไว้ ซึ่งสำหรับบางคนก็อาจชั่วชีวิตเลยก็เป็นได้
และเนื่องจากวันหนึ่งวันเราเจอะเจอกับหลายสถานการณ์
ทั้งสองเลยกลายเป็นต้นตอของความทุกข์และความสุขที่เราต่างเจอะเจอกันอยู่เนืองๆ

ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น
เวลาเราได้ยินใครบางคนพูดถึงเราในแง่ลบ ความโกรธ (อารมณ์) มักแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว​
และแม้ว่าความโกรธมันหายไปแล้ว..​แต่เรายังนึกถึงถ้อยคำเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา…
​เราก็อาจจะพาลเกลียด (ความรู้สึก) คนพูดไปนานเลยทีเดียวค่ะ

เราเองก็เพิ่งประสบมาจนยังไม่ทันจางหายเช่นกันค่ะ
คิดในแง่ดีแล้ว มันอาจเป็นฟ้าลิขิตเพื่อให้ได้เข้าใจถึงอารมณ์และความรู้สึกอย่างแท้จริงก็เป็นได้

หลายครั้งหลายคราที่เรามักนึกถึงความทรงจำที่ผ่านมาเพื่อตรวจสอบตัวเองค่ะ
รวมถึงจุดด้อยของเราในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ผิดพลาด หรือสถานการณ์ที่ย่ำแย่…..
​หากเป็นวันธรรมดาแล้ว เราก็จะทำความเข้าใจและปล่อยเรื่องราวเหล่านี้ผ่านไปอย่างง่ายดาย
แต่เนื่องจากวันนั้น มีเหตุการณ์บางอย่างที่สะกิดความรู้สึกในอดีตกลับมาในปัจจุบัน
เรื่องราวที่ผ่านมา ย้อนซ้ำแล้วซ้ำอีก จนทำให้มีเสียน้ำตากันเป็นวันๆเลยทีเดียวค่ะ
ณ ขณะนั้น ทำให้เราเข้าใจถึงการ”เกิด” ของความทุกข์ที่มาจากการอุปโลกน์ขึ้นมาเอง อย่างชัดเจนขึ้นเป็นกอง

เหตุการณ์อย่างนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดค่ะ เพราะทั้งความคิด ทั้งจิตใจเราชอบการเคลื่อนไหวโดยไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ว่าจะเป็น อดีต ปัจจุบัน หรือ อนาคต….​เราสามารถสร้างภาพขึ้นมาเองได้อย่างไม่จบไม่สิ้น
ความนึกคิดและการมองโลกเลยกลายเป็นกุญแจดอกสำคัญ
เพราะมันสามารถทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ บวกกลายเป็นลบ ขาวกลายเป็นดำ หรือในทางกลับกันก็เป็นได้

และจากเรื่องนี้…​เราเลยสรุปได้ง่ายๆว่า
ยิ่งเราวิจารณ์/ตัดสิน/เปรียบเทียบ/ให้ค่า หรือคิดไปต่างๆนานาซ้อนไปในอารมณ์หรือเหตุการณ์เมื่อไร
มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่หนักอึ้งเมื่อนั้น

ตรงกันข้าม หากเราปล่อยมันผ่านไป โดยที่ไม่เอาความรู้สึกนึกคิดไปซ้อนทับ ไม่ไปนึกถึงย้อนแล้วย้อนอีก ​
ก็จะโล่งเบาโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย 
และความทุกข์ก็เบาบางลงเช่นกันค่ะ

หลายคนถามถึงการใช้ชีวิตให้เป็นทุกข์น้อยลง…​
แม้ว่าเราจะไม่สามารถหยุดอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติของมันได้
แต่เราก็สามารถอยู่โดยยอมรับมันเป็นเพื่อนได้

เราสามารถหยุดที่จะทำร้ายตัวเองโดยการลดคำวิจารณ์หรือตัดสินคนอื่นหรือตัวเองได้
เราหยุดความฟุ้งซ่านโดยการอยู่กับสิ่งที่เป็นปัจจุบันได้
เราหยุดการกระทบจากผู้อื่นด้วยการปล่อยให้มันผ่านไปโดยที่ไม่ต้องเอาตัวเองเข้าไปผูกติดได้
เราหยุดอาการโศกเศร้าด้วยการใส่ใจและให้ค่ามันน้อยลง
เราหยุดความรู้สึกผิดได้ด้วยการให้อภัยและยอมรับในความผิดพลาดของตัวเอง

และที่สำคัญคือ….​
ลองลดความจริงจังกับชีวิตดูค่ะ เพราะทุกๆอย่างผ่านเข้ามาและผ่านไป รวมถึงชีวิตเราเองก็มีวันสิ้นสุดเช่นกัน
แค่ทำให้ดีที่สุดในวันนี้และยอมรับกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นด้วยความเบิกบาน
ก็ทำให้ชีวิตสงบและมีความสุขที่แท้จริงได้ค่ะ

หวังว่ารอบนี้จะสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกต่างที่เคยแบกไว้กันไม่มากก็น้อยนะคะ

-เดอะทูธ-

/♦//♦//♦//♦/

Share your thoughts with us!

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s