ก้าวเล็กๆที่ข้ามผ่าน 2020 มาสู่ 2021

สวัสดีปีใหม่ ปี 2021 ค่า การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปีนี้ นับว่า เป็นการเริ่มต้นการเรียนรู้ที่ไม่เลวทีเดียวเราได้รับงานชิ้นหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆก็ตาม แต่สำหรับเรานับเป็นงานที่สำคัญต่อชาติบ้านเมืองเลยทีเดียวงานชิ้นนี้ มีระยะเวลาจำกัดไม่เกิน 45 วัน ประกอบไปด้วยทั้งด้านประวัติศาสตร์ทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม รัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งนับเป็นงานหินสำหรับเราที่ต้องใช้การเรียนรู้ในทุกมิติ เพราะนอกจากจะต้องศึกษาแล้วยังต้องสรุปออกมาให้ได้อย่างเรียบง่าย แถมจะต้องให้ทั้งความรู้และเอาไปใช้ต่อยอดได้จริงอีกด้วย และข้อสำคัญคือ เราเองก็ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญแต่อย่างใด! ” ความกดดันจากเวลาอันสั้นที่ขัดแย้งกับข้อมูลที่มีมหาศาล สร้างความปั่นป่วนให้กับจิตใจได้เป็นอย่างดี “ เราขอนำผู้อ่านเข้าสู่กระบวนการภายในที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานของเราเอง…​เผื่อว่าอาจจะตรงกันบ้างไม่มากก็น้อยค่ะ 🙂 ลองก้าวยาวกว่าเดิมเพื่อข้ามขีดจำกัดของตนเอง เมื่อเราได้เหยียบย่ำเข้าไปในมหาสมุทรข้อมูลของหัวข้อที่ทำในช่วงแรกทำให้เรากลับมาถามตัวเองว่า เวลาเท่านี้มันจะได้จริงๆเหรอ? เราเริ่มคิดที่จะยกเลิกและยอมคืนเงินทั้งหมดไปเพราะมองเห็นความเสี่ยงอยู่ลางๆ เพราะเห็นความเป็นไปได้ยากที่จะทำรายงานส่งได้ทัน แต่….​เราก็ได้รับคำตอบจากตัวเองว่า ในเมื่องานนี้จะช่วยให้เราก้าวข้ามข้อจำกัดของเราไปได้ เราก็ควรจะลองกับมันสักตั้งถ้าอยากจะขยายขอบเขต นี่ก็เป็นจังหวะที่ดีมิใช่หรือ? และถ้าหนีแล้ว…ยังไง? เราเองก็จะย่ำอยู่กับที่เช่นกัน ความกลัวมาเคาะประตูและในระหว่างการทำงานแข่งกับเวลานั่นเอง ความกลัว….ขยับเข้ามาในรูปแบบการตั้งคำถามและสร้างภาพเชิงลบถ้าเราไม่เสร็จแล้วจะเป็นยังไง? ถ้าเราทำไม่ดีเราจะถูกมองว่ายังไง? ทำไมเราไม่เข้าใจสักที? เอ๊ะ! มันถูกทางรึเปล่านะ? มันเยอะเกินไป เราทำไม่ไหวหรอกถ้าเราอ่านไม่ทันแล้วจะทำยังไง? ……ฯลฯ​คำถามที่ผนวกไว้ด้วยความกลัว นับเป็นเหมือนอาหารที่เพาะเลี้ยงความเครียดให้เติบโตขึ้นทุกวันๆ ทั้งในยามหลับและยามตื่น ความกังวล เริ่มเป็นสิ่งที่ขัดขวางการนอน ในขณะเดียวกันสมองก็ไม่ยอมหยุดทำงานเพราะต้องคอยตอบคำถามและหาทางแก้ปัญหาจากความกลัวเหล่านี้เอาเป็นว่า เรานอนไม่หลับเป็นอาทิตย์ และ สมองก็ทำงานได้แย่ลงอีกตะหาก…

ยาประจำตัว คำประจำใจ

สวัสดีเดือนตุลาคม 2563 ปลายปีเข้ามาอีกครั้ง นับว่าเป็นช่วงพิเศษที่เราจะกลับเข้ามาเขียน(แล้วก็ชอบบอกว่าเดือนหน้าเจอกันพร้อมกับหายวาร์ปไปอยู่ที่อื่น)….ยังค่ะ….​เรายังไม่ปิดที่แห่งนี้ ถึงแม้ว่าคนเขียนจะปล่อยร้างและขยันจ่ายเงินให้ทุกปีก็ตาม ‘ว่ากันในเรื่องโลกๆ’คิดจะอยู่ในโลกนี้ มันก็จำเป็นที่จะต้องหาวิธีอยู่รอดให้ไม่ทุกข์กันนี่เนาะ? โดยเฉพาะในชีวิตประจำวัน ที่มักจะเจอปัญหาจากคนร้อยแปดพันเก้า ทั้งเรื่อง ความสัมพันธ์ การงาน การเงิน สุขภาพ ฯลฯ โดยปกติ วิธีรักษาตัวเองของเรา คือ การเขียนระบาย เราว่ามันเป็นการเยียวยาตัวเองที่ดีมาก เรามักจะทำมันบ่อยๆเวลามีอารมณ์เศร้าและจิตตก การเขียนมันช่วยให้เกิดการกลั่นกรองและเรียบเรียงสิ่งที่ความคิดมันพาเราไป พอมันออกมาเป็นคำเราก็จะถึงบางอ้อว่ากับสาเหตุของมันจริงๆแล้วก็แก้ที่ต้นตอได้ ​ แต่ในหลายๆครั้ง มันใช้เวลานานมาก กว่าจะหลุดได้ก็ข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว ด้วยเพราะความคิดของคนเรามันแล่นไปเร็วยิ่งกว่าจรวด กว่าจะแก้เสร็จก็ร้องไห้ตีโพยตีพายกันไปหลายตลบ…….เพราะฉะนั้น สิ่งที่จำเป็นคือต้องหา วิธีที่ทันการณ์กับอารมณ์ที่ผุดขึ้นมา ซึ่งเราก็อยากแชร์วิธีง่ายๆของเรา แต่ก็ต้องอาศัยการฝึกไปเรื่อยๆๆๆด้วยนา โดยส่วนตัวแล้ว เราพบว่าวิธีที่เราใช้ได้ผลและทันการณ์ คือ การฝึกใช้ ‘คำ’ ให้เป็นประโยชน์ คำไหนที่เราได้ยินแล้วเราผ่อนคลาย จดมันไว้ทั้งข้างในใจ ทั้งข้างนอกใจ..บางทีเราขี้ลืมบ่อยๆ ก็ใช้ post it แปะเอาไว้ในห้อง…​เวลาอารมณ์เริ่มทำหน้าที่ก็หันไปอ่านสักทีสองที..​คำเหล่านี้ มันช่วยได้เหมือนเป็นยารักษาโรคเลยทีเดียว..​แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องใช้ให้ถูกกับสถานการณ์นั้นด้วยนะคะ (เหมือนโรคน่ะแหล่ะ ต้องใช้ยาที่ถูกกับอาการ) ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาทำงาน ถ้าเรากังวลและเครียดกับสิ่งที่เราทำอยู่เกินไป  เราก็จะมี ประโยคที่ว่า ‘ชีวิตมันสั้น อย่าไปจริงจังกับมันมากนัก’…

Awakening Stage| November 2012

My November post is the most difficult ever.. One thing is when I had too many topics to write down, and another when unexpected works has dragged  me out  from here. Some drafts were appeared in front of my eyes, but not the single one can kick me. Again, I need to break down my…

– Clear –

“Nothing but clear ourselves” —————- “ก็แค่เคลียร์ตัวเราเอง”